สารอาหารรักษาสิว

โดย: CS@GARGUAR [IP: 1.10.157.xxx]
เมื่อ: 2018-02-15 15:21:52
สิวเกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งถ้าไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องจะเกิดการอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในบริเวณต่อมไขมัน โดยจะเห็นเป็นตุ่มนูนแดง หากอักเสบเพิ่มขึ้น จะกลายเป็นหัวหนอง และสิวหัวช้างในที่สุด เรื่องสิวไม่ใช่เรื่องจิ๋วจิ๋ว



การอักเสบของสิวจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ในขณะที่ภูมิต้านทานในร่างกายลดต่ำลง เช่น ช่วงมีประจำเดือน, การอดนอน, ภาวะเครียด



ดังนั้นการป้องกันการเกิดสิวที่ดีที่สุดคือเราต้องปรับสภาพร่างกายให้สมดุล

ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

รับประทานผักผลไม้ให้มาก

อาหารที่ดีจะช่วยเสริมประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย,

ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว, ระวังไม่ให้เกิดการท้องผูก,

ออกกำลังเพื่อให้ร่างกายแข็งและมีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรค, ลดความเครียดด้วยการเล่นดนตรี, ฟังเพลง หรือ ฝึกสมาธิเพื่อฝึกควบคุมจิตใจ, หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี, ดื่่มสุรา หรือสารเสพติด



สารอาหารรักษาสิว

อาหารที่ให้แร่ธาตุสังกะสี ซึ่งช่วยเสริมประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเพื่อต่อสู้กับแบคทีเรียและไวรัส, ลดการอักเสบ และการติดเชื้อของสิว ทั้งยังช่วยให้แผลที่เกิดจากสิวหายเร็วขึ้น โดยการสร้างเนื้อเยื่อผิวใหม่ และซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียไป



จริงอยู่ว่าสังกะสีให้ผลบวกในการลดสิว แต่หากร่างกายรับสังกะสีในปริมาณที่มากกว่า 40 มิลลิกรัมต่อวัน(ในผู้ใหญ่) ก็สามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้เช่นกัน อาหารที่มีธาตุสังกะสี คือ หอยนางรม, ปู, นม, โยเกิร์ต, ถั่ว, ชีส, ปลา, เมล็ดฟักทองและเมล็ดทานตะวัน



Milk and Cheese

แร่ธาตุอย่าง วิตามินเอ, วิตามินซี, วิตามินอี และ สารเบต้าแคโรทีนในผักผลไม้ แร่ธาตุในผักผลไม้มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันและบรรเทาอาการเป็นสิวได้เป็นอย่างดี และคลอโรฟิลล์ในผักสีเขียวก็ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งกากใยอาหารจากพืชผักสีเขียว(Dietrary Fiber)ก็ช่วยป้องกันเรื่องท้องผูกได้อีกต่างหาก



วิตามินเอลดการอักเสบของสิวและลบรอยด่างดำจากสิว วิตามินเอมีมากใน ตำลึง, บร็อคโคลี, ยอดชะอม, คะน้า กะหล่ำเขียว, ผักโขม, ผลไม้สีเหลืองหรือสีส้ม เช่น ฟักทอง, มะม่วง, แคนตาลูป, มะละกอสุก และใน ตับ และนม



Fruits

วิตามินซี ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ดังนั้นจึงช่วยลดริ้วรอย และลดรอยด่างดำจากสิว วิตามินซีมีมากในผลไม้ เช่น ส้ม, มะเขือป้อม, สัปปะรด, ฝรั่ง, สตอร์เบอร์รี่, บลูเบอร์รี่, ราสเบอร์รี่, กีวี, มะละกอ, มะม่วง, องุ่น, ลูกพลัมลูกพรุน หรือ ผักใบเขียว เช่น คะน้า, พริกแดง, พริกเขียว, ผักตระกูลกะหล่ำ, บร็อคโคลี, มะเขือเทศ, ผักโขมฯลฯ



วิตามินอีมีคุณสมบัติในการลบริ้วรอยจากสิว เราได้วิตามินอีจากน้ำมันที่ได้จากธัญพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดฝ้าย น้ำมันดอกคำฝอย และถั่วเปลือกแข็ง อย่าง อัลมอนต์ หรือ เม็ดมะม่วงหิมพานต์



แร่ธาตุโครเมียม จะกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสให้เป็นพลังงาน เพื่อช่วยรักษาปริมาณน้ำตาลในร่างกายให้คงที่ ร่างกายต้องการโครเมียมในปริมาณที่น้อยมากคือ 50 – 200 ไมโครกรัมต่อวัน ซึ่งไม่จำเป็นต้องหาจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร



โครเมียมจะถูกดูดซึมได้ดีเมื่อทานร่วมกับอาหารที่มีวิตามินซี แต่ปริมาณที่สูงเกินไปของโครเมียมอาจจะไปรบกวนการดูดซึม สังกะสี (Zinc)เช่นกัน พบได้ใน ยีสต์ (Brewer’s yeast) เมล็ดธัญพืช และ ซีเรียล



Bread and Egg

ซีลีเนียมสามารถป้องกันกัมมันตภาพรังสีรวมทั้งโลหะหนักที่เป็นพิษ เช่น ปรอท เงิน แคดเมียม แทลเลียม (thallium) ไม่ให้ถูกดูดซึมเข้าร่างกายและขับถ่ายออกได้เร็วขึ้น และเมื่อทำงานร่วมกับวิตามินอี ยังช่วยในการรักษาเนื้อเยื่อต่างๆและชลอการเสื่อมของเซลล์ หรือคุณสมบัติที่ป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ ลดการเกิดสิว



อาหารที่มีซีลิเนียมมากที่สุดได้แก่ ไข่, เครื่องในสัตว์และเนื้อสัตว์, ปลา,หอย และข้าวที่ไม่ขัดสี, ซีเรียล และผลิตภัณฑ์นม นอกจากนี้ยังได้จากระเทียม เห็ด บร็อคโคลี หัวหอม มะเขือเทศ



กรดไขมันโอเมก้า 3กรดไขมันที่ช่วยเรื่องหัวใจและการทำงานของสมอง, ลดการอักเสบในระดับเซลล์ และช่วยในการผลัดเซลล์ผิว จึงช่วยลดรอยด่างดำจากสิวให้จางลง มีมากในอาหารทะเล เช่น ปลาแซลมอล, ปลาทูน่า, นอกจากนี้ก็มีในน้ำมันวอลนัท,น้ำมันคาโนลา



แต่เพราะ Omega3 จะสลายตัวได้ง่ายในอุณหภูมิสูง เช่น การน้ำอาหารไปทอด ถ้าหากต้องการให้สารอาหารยังคงอยู่ในอาหาร ควรปรุงอาหารด้วยวิธีการต้ม แกงหรือ ยำ



ที่มา:http://2livehealthy.blogspot.com/2012/12/Foods-that-treat-acne.html
#1 โดย: bkbk [IP: 183.89.75.xxx]
เมื่อ: 2018-09-25 11:29:38
พอเราล้างใบบัวบกจนสะอาดดีแล้ว ก็เอามาหั่นใส่เครื่องปั่น แล้วเติมนมสดลงไปด้วย จากนั้นก็ปั่นให้ใบบัวบกละเอียดเข้ากันกับนมสดได้เป็นอย่างดี เสร็จแล้วก็เอามาพอกใบหน้าจนทั่ว มาส์กเอาไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ทำเป็นประจำผิวหน้าจะเนียนนุ่มกระจ่างใส ไม่เป็นสิว!

https://bangkokhealthgroup.com/content-detail.php?contentID=201

<a href="https://bangkokhealthgroup.com/content-detail.php?contentID=201">รักษาสิว</a>

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 31,604