สารอาหารกับผิวสวย

โดย: CS@GARGUAR [IP: 101.108.124.xxx]
เมื่อ: 2018-02-02 16:13:04
ผิวสวย ใครใครก็อยากได้ คงไม่ปฏิเสธว่ามีผู้คนจำนวนไม่น้อยเลยที่เปลี่ยนผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเป็นว่า เล่นเพื่อค้นหาว่าผลิตภัณฑ์ตัวใดทีช่วยทำให้ผิวสวย เสียเงินไปเป็นจำนวนไม่น้อยเพื่อคงความอ่อนเยาว์ให้ผิว แต่การมีผิวสวยโดยไม่ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากมีเคล็ดลับอะไรมั้ย



การมีผิวสวยใสไม่ได้มีความลับอะไรเลย เราเคยได้ยินมั้ยว่าผิวสวยจากภายในสู่ภายนอก ผิวสวยได้ด้วยสารอาหาร ดังนั้นสิ่งที่เรากินเข้าไปก็มีผลกับผิวเช่นกัน ตอนเด็ก ๆ ทุกคนคงได้เรียนบทเรียนเกี่ยวกับสารอาหารที่ทำให้ผิวอ่อนเยาว์ มาจากอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตต่าง ๆ หรือ ที่เรียกว่า glow food ซึ่ง glow food ที่ทำให้ผิวกระจ่างใสก็คือ ผลไม้ เช่น ผลไม้ตระกูลส้ม หรือ แอปเปิล และ ผัก โดยเฉพาะผักใบเขียว มะเชือเทศ เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์นม ชีส ไข่ และโปรตีนจากเนื้อสัตว์

นอกจากนี้ยังมีวิตามินและแร่ธาตุุจำเป็นอื่่นอีกหลายชนิดที่ผิวต้องการ ตั้งแต่วิตามินที่ละลายได้ในไขมัน เช่น เอ อี แและเค รวมถึงวิตามิน บี ซี และโฟลิกเอซิด ไบโอติน ซีรีเนียม กรดไขมันจำเป็น โดยถ้าเราขาดวิตามินและเกลือแร่เหล่านี้จะส่งผลต่อผิวหนัง เส้นผม และเล็บ โดยอาจจะดูได้จากผิวหยาบ สีผิวไม่สม่ำเสอ เส้นผมกระด้าง เล็บไม่เรียบขรุขระ เพื่อเป็นการปัองกันปัญหาที่กล่าวมาเราจึงควรใส่ใจในการบริโภคอาหารประจำวัน ให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายที่ต้องการวิตามินและเกลือแร่







วิตามินเอ เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน จึงต้องการไขมันและแร่ธาตุในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย วิตามินเอ แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ วิตามินแบบสำเร็จ หรือที่เรียกว่า เรตินอล (พบมากในอาหารที่มีจากสัตว์เท่านั้น และ โปร-วิตามินเอ หรือแคโรทีน(พบในทั้งอาหารที่มาจากพืชและสัตว์) ช่วยรักษาซ่อมแซมเนื้อเยื่อของผิวหนัง และส่งเสริมการเจริญเติบโตของผิวพรรณให้เป็นปกติ



แหล่งอาหาร ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ

พืช : มันเทศ แครอท มะม่วง ผักสีเหลืองและเขียวเข้ม

สัตว์ : ตับ น้ำมันตับปลา นม ไข่ ผลิตภัณฑ์จากนม ชีส



วิตามินบีคอมพล็กซ์ เป็นกลุ่มวิตามินที่มีความสำคัญกับผิวหนังเป็นอย่างมาก วิตามินบี 1 ช่วยบำรุงหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งช่วยให้โลหิจไหลเวียนได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผิวพรรณมีสุขภาพดีและเปล่งปลั่ง วิตามินบี 3และ บี5 ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น

แหล่งอาหาร สำหรับอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน บี คือผักใบเขียว พืชตระกูลถั่วและเมล็ดถั่ว เนื้อสัตว์ ปลา ไข่ ผลิตภัณฑ์จากนม ธัญพืชเสริมอาหาร เป็นต้น







วิตามินซี เป็นสารต้านสารอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง และมีบทบาทในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งมีความสำคัญในการสร้างและซ่อมแซมเนื่อเยื่อต่าง ช่วยลดริ้วรอย ชลออาการผิวแก่กว่าวัย

แหล่งอาหารของวิตามินซีคือ ผลไม้รสเปรี้ยว ผักใบเขียว ผลไม้ตระกูล เบอรร์รี่ มะเขือเทศ แคสตาลูป ดอกกะหล่ำ ฝรั่ง



วิตามินอี ประกอบด้วยสารตามธรรมชาติอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ คือ โทโคฟีรอล และ โทโคไทรอีนอล โดยโทโคฟีรอลและโทโคอีนอลแบ่งออกเป็นสี่รูป คือ แอลฟา บีตา แกมมา และเดลตา ในบรรดาสารทั้งแปดตัว แอลฟาโทโคฟีรอลจัดได้ว่ามีฤทธิ์ทางชีวภาพสูงสุด แต่แกมมาโทโคฟีรอลมีประสิทธิภาพมากกว่าในการเพิ่มระดับเอนไซม์ซูปเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเทส ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย โดยการชลอการเสื่่อมสภาพของเซลล์

แหล่งอาหารวิตามินอี คือ จมูกข้าวสาลี ถั่วเหลือง น้ำมันพืช ถั่ว ผักขม กะหล่ำดาว ผักใบเขียว ซีเรียลโฮลเกรน ไข่







วิตามินเค เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน พบในรูปแบบธรรมชาติ 2 ชนิด คือ เค1 (ฟิลโลควิโนน) พบในผักใบเขียว และ เค2 (เมนาควิโนน)ร่างกายสามารถสร้างได้โดยแบคทีเรียกลุ่มโพรโบติกในลำไส้ใหญ่ และ 1 ชนิดจากการสังเคราะห์ คือ เค3 (ไดไฮโดรฟิลโลควิโนน)

วิตามินเค ช่วยลดรอยฟกช้ำ และต่อสู้กับริ้วรอย รวมถึงรักษาความยืดหยุ่นของผิว ยาทาภายนอกที่มีส่วนผสมของวิตามินเคจึงมีประสิทธิภาพในการช่วยลดรอยดำคล้ำรอบดวงตา

แหล่งอาหาร วิตามินเค ผักใบเขียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรอคโคลี่ ผักโขม



โฟลิกแอซิด เป็นอีกหนึ่งในตระกูลวิตามินบีรวม รู้จักกันในชื่อวิตามินบีซี (Bc) หรือ วิตามินเอ็ม ช่วยทำให้เซลล์มีความแข็งแรงและสร้างเซลล์ใหม่ รวมถึงการทำให้ผมหงอกช้าลง

แหล่งโฟลิคแอซิค คือ ผักที่มีใบเขียวเข้ม แครอท ทอร์ลูลสยีสต์ (ยีสต์สกัดชนิดหนึ่ง) ตับ ไข่แดง แคนตาลูป อาร์ติโช้ก แอพริคอต ฟักทอง อโวคาโด พืชตระกูลถั่ว







ไบโอติน หรือ รู้จักกันในชื่อ โคเอนไซน์อาร์ หรือ วิตามินเอช เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ มีซัลเฟอร์เป็นส่วนประกอบ และเป็นหนึ่งในตระกูลวิตามินบีรวม โดยไบโอตินจะช่วยในเรื่องป้องกันผมหงอก ผมร่วงบรรเทาผื่นผิวหนังอักเสบ ผื่นคัน ป้องกันและรักษาเล็บเปราะบาง

แหล่งอาหารธรรมชาติ พบได้ในตับวัว ไข่แดง แป้งถั่วเหลือง บริเวอร์ยีสต์ นม เนย ถั่ว และข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี







ซีลีเนียม เป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่ง (หมายเลขอะตอม34) ที่จำเป็นต่อร่างกาย เป็นสารต้่่านอนุมูลอิสระท่่ีทำงานเสริมกันระหว่างวิตามินอี ซีลีเนียมเป็นส่วนสำคัญในการสร้างกลูตาไทโอนเพอรอกซิเดสซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระหลักของร่างกายที่พบได้ในทุกเซลล์ ช่วยป้องกัน ชลอความชราและการแข็งตัวของเนื้อเยื่อต่าง ๆ ที่เป็นผลจากการออกซิเดชั่น

แหล่งอาหารจากธรรมชาติ คือ อาหารทะเล ไต ตับ จมูกข้าวสาลี รำข้าว ปลาทูน่า หัวหอม มะเขือเทศ บรอคโคลี กระเทียม ข้าวกล้อง







ทองแดง ร่างกายต้องการเพื่อใช้ในการเปลี่ยนธาตุเหล็กเป็นฮีโมโกลบิน ช่วยให้ร่างกายใช้กรดแอมิโนไทโรซินได้ โดยไทโรซินเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการการสร้างเม็ดสีที่เส้นผมและผิวหนัง หากร่างกายได้รับพร้อมวิตามินซีและสังกะสี จะช่วยสร้างอิลาสติน ซึ่งเป็นไฟเบอร์ที่ช่วยพยุงโครงสร้างของผิวหนัง

แหล่งอาหารธรรมชาติ ได้แก่ ถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ ถั่วลันเตา โฮลวีต ลูกพรุน เครื่องในสัตว์ กุ้ง และอาหารทะเลส่วนใหญ่

ธาตุสังกะสี หรือ ซิงค์ ช่วยควบคุมให้กระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และยังคอยช่วยซ่อมบำรุงระบบเอนไซม์และเซลล์ต่าง ๆ อีกด้วย มีความสำคัญในการสร้างโปรตีนและคอลลาเจน ช่วยลดการผลิตน้ำมันและลดการก่อตัวของสิว

แหล่งอาหารธรรมชาติ ได้แก่ เนื้อสัตว์ ตับ อาหารทะเล โดยเฉพาะหอยนางรม จมูกข้าวสาลี บริเวอร์ยีสต์ เมล็ดฟักทอง ไข่ นมผงแบบปราศจากไขมัน มัสตาร์ดแบบแห้ง



การที่เรากินอาหารเพื่อให้ได้สารอาหารครบไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัวเหมือนกับการทาครีมบำรุงผิวว่าจะต้องทาอะไร เมื่อไหร่ ดังนั้นการที่จะได้สารอาหารครบจึงควรกินอาหารให้ครบหมู่ ป้องกันการการได้รับมากเกิน หรือขาดสารอาหารได้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะทางผิวหนัง แต่เนื่องจากในสภาพภาวะปัจจุบันการได้รับสารอาหารครบนั้นจากการรับประทานอาหารบนโต๊ะนั้นเป็นไปได้ค่อนข้างยาก จึงอาจต้องพึ่งวิตามินในรูปแบบอาหารเสริมมารับประทานกัน แต่ก่อนที่จะวิ่งไปหาซื้อกันก็ต้องเข้าใจด้วยว่าการที่จะมีผิวสวยนั้นไม่ได้เกิดจากรับประทานวิตามินเพียงอย่างเดียวแต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกด้วย เช่น การไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ผิวแก่ การเข้านอนแต่หัวค่ำ หลีกเลี่ยงความเครียด ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และการได้รับวิตามินที่หลากหลาย



ที่มา หนังสือ วิตามิน ไบเบิล ดร.เอิร์ล มินเดลล์ และ วารสาร Health today February 2011

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 31,631